โครงการยุวชนประกันภัย

ประกันภัย

มาทำความรู้จักกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย(คปภ.)เจ้าของโครงการ“ยุวชนประกันภัย”

บทบาท ภารกิจ หน้าที่   ของสำนักงาน  คปภ.

1.สำนักงาน คปภ. คือใคร

ครม. ได้มีมติให้ ยุบ กรมการประกันภัย   กระทรวงพาณิชย์ และเสนอร่าง พระราชบัญญัติคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย  จัดตั้งสำนักงาน คปภ.

– เป็นหน่วยงานอิสระของรัฐ

– ที่จัดตั้งโดย พ.ร.บ.คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย พ.ศ.2550

ชื่อ  “ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย ”    สังกัดกระทรวงการคลัง

– มีผลใช้บังคับ เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2550

     2.โครงสร้างของ คปภ.

สำนักงาน คปภ.       มีหน้าที่ดำเนินงานตามนโยบายที่คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย    กำหนด มีเลขาธิการเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดขององค์กร   สำนักงาน คปภ. ถือเป็นหน่วยงานของรัฐองค์กรหนึ่งที่ไม่ได้เบิกจ่ายงบประมาณจากรัฐแต่อย่างใด     โดยรายได้หลักขององค์กรมาจากเงินสมทบจากบริษัทประกันภัย ค่าธรรมเนียม ค่าบริการ และรายได้จากการ ดำเนินงาน  ประกอบด้วย  3  สำนัก  13  ฝ่าย

วิสัยทัศน์สำนักงาน คปภ.

เป็นองค์กรนำในการขับเคลื่อนธุรกิจประกันภัยสู่ความเป็นเลิศ  เพื่อประโยชน์ของชาติและประชาชน

      3.หน้าที่ของสำนักงาน คปภ. กระทรวงการคลัง

1. พัฒนาธุรกิจประกันภัยให้มีศักยภาพและขีดความสามารถพร้อมแข่งขัน

2. ส่งเสริมสนับสนุนให้ธุรกิจประกันภัยมีบทบาทสร้างเสริม ความแข่งแกร่งให้ระบบเศรษฐกิจสังคมของ ประเทศ และคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน

3. สร้างความเข็มแข็ง และพิทักษ์ผลประโยชน์ของประชาชนผู้มีสิทธิประโยชน์ตามสัญญาประกันภัย

     4. สถานที่/เบอร์โทรศัพท์ ที่ควรทราบ

4.1   สายด่วนประกันภัย  1186

– ตู้ ปณ.22 ปณจ.นนทบุรี

www.oic.or.th

4.2 สำนักงาน คปภ.ภาค 4 นครราชสีมา

4.3 สำนักงาน คปภ. จังหวัดนครราชสีมา

โทรศัพท์ 0-4425-7203-4

โทรสาร  0-4425-7204

4.4   คปภ.ยโสธร  08-11748965

หลักการประกันภัยเบื้องต้น

ความหมายการประกันภัย

              การประกันภัย คือการกระทำของบุคคลหมู่หนึ่ง ทำการโอนความเสี่ยงภัยของสมาชิกแต่ละคนเพื่อที่จะ กระจายไปยังสมาชิกผู้ที่ได้รับความเสียหายทุกคนหรือเฉลี่ยความเสี่ยงภัยร่วมกัน

การทำประกันภัย

                คือ วิธีการกระจายความเสี่ยงภัยอย่างหนึ่ง ที่สมาชิกทุกคนที่ประสงค์จะเข้าร่วมโครงการ จะต้องจ่ายเงินที่เรียกว่าเบี้ยประกันภัย ให้กับกองทุน และเมื่อมีสมาชิกคนใดคนหนึ่งเคราะห์ร้าย หรือได้รับความเสียหายตามที่กำหนด คนนั้นจะได้รับการชดใช้จากเงินกองกลางนั้น ตามจำนวนที่  ตกลง โดยมีบริษัทประกันภัยเป็นผู้จัดการกองทุน

กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการประกันภัย

1. พ.ร.บ.ประกันชีวิต พ.ศ. 2535

2. พ.ร.บ.ประกันวินาศภัย พ.ศ. 2535

3. พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535

ประเภทของการประกันภัย  แบ่งเป็น 2 ประเภท

  1. การประกันชีวิต
  2. การประกันวินาศภัย

หมายเหตุ เมื่อสัญญาประกันภัยเกิดขึ้นแล้ว  ผู้รับประกันภัยต้องส่งมอบกรมธรรม์ประกันภัยให้ผู้เอาประกันและผู้เอาประกันภัยสามารถเลิกสัญญาเมื่อใดก็ได้

ประโยชน์ของการประกันภัย

– ทำให้เกิดการออมทรัพย์

– ช่วยลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น

– ก่อให้เกิดเสถียรภาพในการประกอบธุรกิจ

– ก่อให้เกิดประสิทธิภาพในการประกอบธุรกิจ

– ช่วยให้การคำนวนต้นทุนใกล้เคียงต่อความเป็นจริงในการลงทุน

 ประเภทของการประกันภัยรถ

การประกันภัยรถแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ

1. การประกันภัยรถภาคบังคับ (Compulsory Motor Insurance)

การประกันภัยรถภาคบังคับ หมายถึง การประกันภัยรถ กฎหมายกำหนดให้เจ้าของรถซึ่งใช้หรือมีรถไว้เพื่อใช้ ต้องจัดให้มีการประกันความเสียหายสำหรับผู้ประสบภัย โดยประกันภัยกับบริษัทตามกฎหมายว่าด้วย การประกันวินาศภัยที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการประเภทการประกันภัยรถ

2. การประกันภัยรถภาคสมัครใจ

การประกันภัยรถภาคสมัครใจ เป็นการประกันภัยรถที่กฎหมายไม่ได้บังคับ ขึ้นอยู่กับความพอใจของผู้เอาประกันภัยที่เห็นถึงความเสี่ยงภัยแห่งตน และมีความคิดที่จะกระจายความเสี่ยงภัยออกไปยังบุคคลอื่นคือ การประกันภัยไว้กับบริษัทผู้รับประกันภัย

            รถที่ต้องทำประกันภัยตาม ...

รถที่ต้องทำประกันภัยตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 หรือพ.ร.บ. ได้แก่ รถทุกชนิดทุกประเภทตามกฎหมายว่าด้วย รถยนต์ กฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบกกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ทหารที่เจ้าของมีไว้ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ ไม่ว่ารถดังกล่าวจะเดินด้วยกำลังเครื่องยนต์ กำลังไฟฟ้า หรือพลังงานอื่น เช่น รถยนต์ รถจักรยานยนต์ รถสามล้อเครื่อง รถยนต์โดยสาร รถบรรทุก หัวรถลากจูง รถพ่วง รถบดถนน รถอีแต๋น ฯลฯ

ดังนั้น รถบางประเภทที่กรมการขนส่งทางบกไม่รับจดทะเบียน แต่หากเข้าข่ายว่ารถนั้นเดินด้วยกำลังเครื่องยนต์ กำลังไฟฟ้าหรือพลังงานอื่น ให้จัดเป็นรถที่ต้องทำประกันภัยตามพ.ร.บ.

              รถที่ได้รับการยกเว้นตาม ...

1. รถสำหรับเฉพาะองค์พระมหากษัตริย์ พระรัชทายาท และผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์

2. รถของสำนักพระราชวังที่จดทะเบียน และมีเครื่องหมายตามระเบียบที่เลขาธิการพระราชวังกำหนด

3. รถของกระทรวง ทบวง กรม และส่วนราชการต่าง ๆ รถยนต์ทหาร

4. รถของหน่วยงานธุรการขององค์กรที่จัดตั้งขึ้นตามรัฐธรรมนูญ และหน่วยงานธุรการที่เป็นอิสระของ

องค์กรใด ๆ ที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ

ผู้ที่ต้องทำประกันภัยและโทษของการไม่ทำประกันภัย

ผู้ที่ต้องทำประกันภัย ตามตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535หรือ พ.ร.บ. ได้แก่

1. เจ้าของรถ (ผู้มีกรรมสิทธิ์ในรถ)

2. ผู้เช่าซื้อรถ (ผู้ครอบครองรถในฐานะผู้เช่าซื้อรถ)

3. เจ้าของรถ ซึ่งนำรถที่จดทะเบียนในต่างประเทศเข้ามาใช้ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว

อนึ่ง การฝ่าฝืนไม่จัดให้มีการทำประกันภัยรถ ตามพ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถพ.ศ. 2535 กำหนดให้ระวางโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท

ผู้ที่มีหน้าที่รับประกันภัยและโทษของการไม่รับประกันภัย

ผู้รับประกันภัยรถ ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 หรือพ.ร.บ. ได้แก่

1. บริษัทประกันวินาศภัย ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจประกันภัย รวมถึงสาขา

ของบริษัทนั้น ๆ ทั่วประเทศ

2. บริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถจำกัด (รับประกันภัยเฉพาะรถจักรยานยนต์)โดยมีสาขาให้บริการทั่วประเทศอนึ่ง บริษัทใดฝ่าฝืนไม่ยอมรับประกันภัยตามกฎหมายนี้ ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่50,000 – 250,000 บาท

ผู้ที่มีหน้าที่ผู้เอาประกันภัย

–                   ชำระเบี้ยประกันภัย

–                   เปิดเผยข้อความจริง

พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535

        ความคุ้มครองเบื้องต้นตาม พ.ร.บ.

พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 ได้กำหนดให้ผู้ประสบภัยจะได้รับความคุ้มครองในความเสียหายที่เกิดขึ้น เป็นค่ารักษาพยาบาลกรณีบาดเจ็บ และให้เป็นค่าปลงศพในกรณีเสียชีวิต โดยไม่ต้องรอพิสูจน์ความผิด บริษัทจะชดใช้ให้แก่ผู้ประสบภัย/ทายาทของผู้ประสบภัย ภายใน 7 วัน นับแต่บริษัทได้รับคำร้องขอค่าเสียหายดังกล่าวเรียกว่า ค่าเสียหายเบื้องต้น โดยมีจำนวนเงิน ดังนี้

1. กรณีบาดเจ็บ จะได้รับการชดใช้เป็นค่ารักษาพยาบาล และค่าใช้จ่ายอันจำเป็นเกี่ยวกับ การรักษาพยาบาลตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 15,000 บาท

2. กรณีเสียชีวิต จะได้รับการชดใช้เป็นค่าปลงศพ และค่าใช้จ่ายอันจำเป็นเกี่ยวกับการจัดการศพ จำนวน 35,000 บาท

3. กรณีเสียชีวิตภายหลังการรักษาพยาบาล จะได้รับการชดใช้เป็นค่ารักษาพยาบาลตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 15,000 บาท และค่าปลงศพ จำนวน 35,000 บาท รวมจะได้รับค่าเสียหายเบื้องต้นไม่เกิน 50,000 บาท

ค่าเสียหายส่วนเกินกว่าค่าเสียหายเบื้องต้น

เป็นค่าเสียหายที่บริษัทจะชดใช้ภายหลังจากการพิสูจน์ความรับผิดตามกฎหมายแล้วโดยบริษัทที่รับประกันภัยรถที่เป็นฝ่ายผิดต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายแก่ผู้ประสบภัย/ทายาทผู้ประสบภัย เมื่อรวมกับค่าเสียหายเบื้องต้นที่ผู้ประสบภัย/ทายาทได้รับแล้ว เป็นดังนี้

1. กรณีบาดเจ็บ เป็นค่ารักษาพยาบาล และค่าใช้จ่ายอันจำเป็นเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลรวมกับค่าสินไหมทดแทน ไม่เกิน 50,000 บาท

2. กรณีเสียชีวิต หรือสูญเสียอวัยวะ หรือทุพพลภาพ จำนวน 100,000 บาท ไม่ว่าจะมีการรักษาพยาบาลหรือไม่ ถ้ามีค่ารักษาพยาบาลก่อนเสียชีวิตให้นำมารวมด้วย และรวมแล้ว เท่ากับ100,000 บาท

3.ค่าอนามัย  ( ค่าชดเชยอื่นๆตามสิทธิ)

กองทุนทดแทนผู้ประสบภัยจากรถ

กองทุนทดแทนผู้ประสบภัยจากรถ ตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 มีหน้าที่จ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นแก่ผู้ประสบภัย หากผู้ประสบภัยไม่ได้รับการชดใช้

จากบริษัทประกันภัย หรือเจ้าของรถที่ไม่จัดให้มีประกันภัย หรือไม่สามารถเรียกร้องจากที่ใดได้เช่น รถชนแล้วหนี หรือเจ้าของรถที่ไม่จัดให้มีประกันภัยไม่จ่ายค่าเสียหาย ฯลฯ โดยค่าเสียหายเบื้องต้นที่สามารถจ่ายได้ คือ

1. ค่ารักษาพยาบาลกรณีได้รับบาดเจ็บตามที่รักษาจริงไม่เกิน 15,000 บาท

2. ค่าปลงศพกรณีเสียชีวิต จำนวน 35,000 บาท

อนึ่ง การยื่นขอรับค่าเสียหายเบื้องต้นจากกองทุนฯ ผู้ประสบภัยหรือทายาทต้องยื่นภายใน 180 วัน นับแต่วันที่มีความเสียหายเกิดขึ้น

การขอรับค่าเสียหายเบื้องต้น

การขอรับค่าเสียหายเบื้องต้นของผู้ประสบภัยจากรถหรือทายาทโดยธรรมของผู้ประสบภัยจากรถซึ่งถึงแก่ความตายตาม  พ.ร.บ. นี้  ผู้ประสบภัยหรือทายาทต้องร้องขอรับค่าเสียหายเบื้องต้นภายใน  180 วัน นับแต่วันที่มีความเสียหายเกิดขึ้น โดยสามารถขอรับได้จากผู้เกี่ยวข้องซึ่งแยก เป็น 2 กรณี  คือ

1  การขอรับจากบริษัทประกันภัย

เมื่อความเสียหายเกิดขึ้นแก่ผู้ประสบภัยจากรถที่มีการประกันภัยไว้กับบริษัท ให้ผู้ประสบภัยยื่นคำร้องขอค่าเสียหายเบื้องต้นจากบริษัทประกันภัยที่รับประกันภัยรถที่ก่อให้เกิดความเสียหายนั้น

1) ความเสียหายต่อร่างกาย

ก.  ใบเสร็จรับเงินหรือหลักฐานการแจ้งหนี้เกี่ยวกับการรักษาพยาบาล

ข.  สำเนาบัตรประจำตัว  หรือสำเนาใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวหรือสำเนาหนังสือเดินทาง   หรือ  หลักฐานอื่นใดที่ทางราชการเป็นผู้ออกให้ที่สามารถพิสูจน์ได้ว่าผู้ที่มีชื่อในหลักฐานนั้นเป็นผู้ประสบภัย  แล้วแต่กรณี

2) ความเสียหายต่อชีวิต

ก.  สำเนามรณบัตร

ข.  สำเนาบัตรประจำตัว

ค.  สำเนาบันทึกประจำวันในคดีของพนักงานสอบสวน

2  การขอรับจากสำนักงานกองทุนทดแทนผู้ประสบภัย

ผู้ประสบภัยจากรถสามารถร้องขอค่าเสียหายเบื้องต้นจากสำนักงานกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยตามสถานที่ต่าง ๆ  ที่กล่าวข้างต้นได้  เมื่อมีกรณีดังต่อไปนี้

1. เจ้าของรถที่เกิดความเสียหายนั้น  มิได้จัดให้มีการประกันภัยเพื่อคุ้มครองความเสียหายสำหรับผู้ประสบภัยจากรถและเจ้าของรถไม่ยอมจ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นให้แก่ผู้ประสบภัยหรือจ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นให้แก่ผู้ประสบภัยไม่ครบจำนวน

2. ขณะเกิดเหตุ  รถนั้นมิได้อยู่ในความครอบครองของเจ้าของรถ  เพราะเหตุที่รถนั้นได้ถูกยักยอก  ฉ้อโกง  กรรโชก  ลักทรัพย์  รีดเอาทรัพย์  ชิงทรัพย์  หรือปล้นทรัพย์  และเจ้าของรถได้ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน

3. ไม่มีผู้แสดงตนเป็นเจ้าของรถที่เกิดความเสียหาย  และรถนั้นไม่มีการประกันภัยเพื่อคุ้มครองความเสียหายสำหรับผู้ประสบภัยจากรถ

4. รถนั้นมีผู้ขับขี่หนีไปหรือไม่อาจทราบได้ว่าความเสียหายเกิดจากรถคันใด

5. บริษัทประกันภัยที่รับประกันภัยรถที่เกิดความเสียหาย  ไม่จ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นให้แก่ผู้ประสบภัยหรือจ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นให้แก่ผู้ประสบภัยไม่ครบจำนวน

6. ความเสียหายที่เกิดแก่ผู้ประสบภัยนั้นเกิดจากรถที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องจัดให้มีการประกันภัยตามที่ได้กำหนดยกเว้นไว้ใน  พ.ร.บ.  เช่น  กรณีความเสียหายเกิดจากรถของหน่วยงานราชการต่าง ๆ  เป็นต้น

ในกรณีที่บริษัทไม่จ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นตามมาตรา 20  หรือจ่ายให้ไม่ครบให้ผู้ประสบภัย  หรือทายาทโดยธรรมของผู้ประสบภัยแล้วแต่กรณี  แจ้งต่อสำนักงานกองทุนทดแทนผู้ประสบภัย  พร้อมข้อเท็จจริงดังนี้

1.  ชื่อบริษัทประกันภัย  และหมายเลขกรมธรรม์ประกันภัย

2.  จำนวนเงินค่าเสียหายเบื้องต้นที่ประสงค์ได้รับ

3.  วันที่ไปยื่นขอรับค่าเสียหายเบื้องต้นจากบริษัทประกันภัย

กรณีที่รถต้องทำประกันภัยตามกฎหมายนี้  ไม่ทำประกันภัย  แล้วไปเกิดเหตุให้เจ้าของรถเป็นผู้จ่ายค่าเสียหายเบื้องต้น  หากเจ้าของไม่ยอมจ่าย  และผู้ประสบภัยไปร้องขอจากกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยจากรถ  เมื่อกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยจากรถ  จ่ายแทนไปแล้วจะมีคำสั่งเรียกคืนจากเจ้าของรถตามจำนวนที่จ่ายไปพร้อมกับเงินเพิ่มร้อยละยี่สิบ  ซึ่งเจ้าของรถจะต้องส่งคืนกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยจากรถ  ภายใน  7 วัน  หากฝ่าฝืนจะมีโทษปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทถึงห้าหมื่นบาท

ผู้มีสิทธิขอรับค่าเสียหายเบื้องต้น ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535

– ผู้ประสบภัย

– ทายาทของผู้ประสบภัย

-โรงพยาบาลหรือสถานพยาบาลที่ได้รับการรักษา ฯลฯ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s